วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หรือยังชั่วกว่าทักษิณ / ราวี เวียงพยัคฆ์ 31 พฤษภาคม 2553

การแบ่งงานกันทำของแก้ว 3 ประการในความคิดขี้ข้าม้าใช้ของ ทักษิณ ชินวัตร ผ่านไปแล้ว 2 ประการ คือ การชุมนุมมวลชนของคนเสื้อแดง และการปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธ แก้วประการที่ 3 ของพวกเขากำลังปฏิบัติการอยู่ในรัฐสภา โดยสภาผู้แทนราษฎรกำลังอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีอื่นๆ อีก 4 คน

เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อฟอกผิดให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยเอง

ปฏิบัติการแก้ว 3 ประการของพวกเขาเชื่อว่าจะจบลงด้วยความล้มเหลวอีกเช่นเคย เพราะทั้งหลายทั้งปวงเป็นปฏิบัติการเพื่อที่จะรับใช้คนคนเดียวคือ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งประชาชนทั้งหลายทั้งปวงรู้ทันจึงไม่เข้าร่วม ไม่สนับสนุน ไม่เห็นอกเห็นใจ ซ้ำยังออกมาเปิดโปงคัดค้านอีกด้วย

ข้อเรียกร้องในสงครามไพร่โค่นอำมาตย์ คือ รัฐบาลต้องยุบสภา พวกเขาให้เหตุผลว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ไม่เป็นประชาธิปไตย

ถ้าหากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ไม่เป็นประชาธิปไตย รัฐบาลสมัคร รัฐบาลสมชายเล่า? ก็มาจากเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดเดียวกันนี้ วันนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลุกขึ้นออกเสียงเลือก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ที่พรรคเพื่อไทยสนับสนุน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เสียงส่วนใหญ่เลือกนายอภิสิทธิ์ นายอภิสิทธิ์ ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ต้องเลือกพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ที่พรรคเพื่อไทยสนับสนุนเป็นนายกรัฐมนตรีหรือ จึงจะเป็นประชาธิปไตย?

แท้จริงประชาชนก็รู้ว่า เพราะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินยึดทรัพย์ทักษิณ 4.6 หมื่นล้านบาทเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 นอกจากทักษิณจะถูกยึดเงินจำนวนมากมายมหาศาลดังกล่าวแล้ว ยังจะมีคดีอื่นๆ ตามมาอีก คราวนี้ไม่เฉพาะทักษิณเท่านั้น ลูกเมียของทักษิณยังมีโอกาสติดคุกติดตะรางได้อีก

จึงต้องให้มีการยุบสภา จึงต้องการการเลือกตั้งใหม่ จึงต้องการเปลี่ยนรัฐบาล โดยเชื่อว่า ถ้าหากเลือกตั้งใหม่พรรคเพื่อไทยอาจจะชนะเลือกตั้งได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล หรืออย่างแย่ที่สุดรัฐบาลใหม่ที่ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลและเป็นนายกรัฐมนตรีน่าจะคุยกันง่ายกว่า

ประชาชนเขาก็รู้ทัน เพราะยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ก็ไม่ได้ทำให้โครงสร้างของประเทศไทยเปลี่ยน แปลงไปแต่อย่างใด เพราะมีพรรคการเมือง มีนักการเมืองให้เลือกอยู่เท่าที่เห็นคือ ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา ภูมิใจไทย และพรรคเล็กพรรคน้อยอื่นๆ อีก

ที่แกนนำเสื้อแดงจะเป็นจะตายให้ได้หากไม่ยุบสภา ก็เพื่อต้องการรับใช้ทักษิณ

ชุมนุมกันที่ราชดำเนิน เมื่อรัฐบาลพยายามที่จะสลายการชุมนุมด้วยการบอกว่า ขอคืนพื้นที่เมื่อวันที่ 10 เมษายน ทำให้มีคนตาย 17 คน เสื้อแดงคิดว่า ถ้าหากแห่โลงศพแล้วป่าวประกาศว่า รัฐบาลสั่งฆ่าประชาชน ผู้ที่รักความเป็นธรรมทั้งหลายจะทนไม่ได้ จะต้องออกมาประท้วงรัฐบาล รัฐบาลจะอยู่ไม่ได้

แต่ปรากฏว่าเหนื่อยเปล่า

เพราะประชาชนทั้งหลายเขาต่างรู้ว่า มีกองกำลังซึ่งเป็น 1 ในแก้ว 3 ประการของเสื้อแดงที่ปฏิบัติการมาตั้งแต่เริ่มการชุมนุมด้วยการขว้างปา ระเบิดใส่ธนาคาร มูลนิธิรัฐบุรุษ ยิงเสาไฟฟ้าแรงสูงหวังให้ไฟฟ้าดับทั้งกรุงเทพฯ ยิงคลังน้ำมัน ฯลฯ เพื่อทำให้เห็นว่ารัฐบาลนี้บริหารไม่ได้ อ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ ฯลฯ ต้องลาออก ต้องยุบสภา

ประชาชนกลับเห็นอกเห็นใจรัฐบาล

ยิ่งทักษิณดิ้นเท่าไหร่ เดี๋ยวเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจกัมพูชา เดี๋ยวถือสัญชาติมอนเตเนโกร ผู้คนต่างก็มองเห็นธาตุแท้ของทักษิณว่า เขาทำได้ทุกอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เขาพูดว่า “ผมอยู่ไม่ได้ คนอื่นก็อยู่ไม่ได้” หรือที่พลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทบ.ลูกผู้พี่เขาพูดว่า “ลองยึดซิ (เงินทักษิณที่ศาลกำลังจะพิจารณา) จะได้เห็นดีกัน”

ซึ่งประชาชนทั้งหลายทั้งปวงก็ได้เห็นดีจริงๆ เมื่อมีการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

การอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นที่บอกว่า รัฐบาลนี้เข่นฆ่าประชาชนของแนวร่วมคนเสื้อแดงในสภา นอกจากจะไม่ทำให้ประชาชนทั้งหลายทั้งปวงเห็นว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผิดพลาดที่ไปสลายการชุมนุมทำให้มีผู้คนบาดเจ็บนับร้อยนับพัน ทำให้มีคนตายนับร้อย

แม้จะเห็นว่าไม่ควรที่จะมีคนตาย ไม่ควรที่จะต้องมีคนบาดเจ็บ ก็มีคนเห็นใจรัฐบาลเป็นส่วนมาก เห็นความจำเป็นที่จะต้องสลายการชุมนุม (บางส่วนเห็นว่ารัฐบาลช้าไปเสียด้วยซ้ำ) เพราะการชุมนุมไม่ได้อยู่บนหลักการสงบ สันติ อหิงสาอย่างที่ประกาศ หากที่เต็มไปด้วยการยั่วยุให้ใช้ความรุนแรง ทักษิณนั้นชี้แนะให้ผู้คนไปศาลากลางจังหวัด หากเกิดอะไรขึ้นกับคนเสื้อแดงที่ชุมนุมกันที่กรุงเทพฯ แล้วประชาชนก็ไปศาลากลางจังหวัดจริงๆ เผาวอดไป 4 ศาลากลาง 4 จังหวัด ส่วนแกนนำแนะให้เข้าห้างใหญ่ซึ่งก็เข้าไปเผา เข้าไปขโมยสินค้าเขาจริงๆ

แต่แม้ว่า แก้ว 3 ประการของพวกเขาทำงานไม่ได้ผล ก็อย่าได้ประมาท ตราบใดที่มีท่อน้ำเลี้ยงก็ยังจะมีปฏิบัติการต่อไป การเผาโรงเรียน ทำลายตู้โทรศัพท์ ทำลายตู้เอทีเอ็ม หรือสถานที่ราชการ การลอบทำร้ายบุคคลสำคัญที่อยู่คนละฝ่ายคนละด้านกับทักษิณยังจะต้องดำเนินต่อ ไป

ความคิด ความสำนึกของทักษิณนั้นต่างไปจากบุคคลทั้งหลายทั่วไป ที่เขารู้จักแพ้ รู้จักชนะ

ทักษิณต่างจากคนอื่น โดยเฉพาะคนที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศ

ใครเลยจะคิดว่ามันจะชั่วช้าสามานย์ไม่รักชาติไม่รักบ้านรักเมืองรัก แผ่นดินเกิดได้ขนาดนี้?

ทักษิณน่ะ ช่างมันเถอะเพราะมันชั่ว คนอื่นๆ ที่ทอดตัวลงไปรับใช้เห็นดีเห็นงาม ปกป้องคุ้มครอง มันทำได้อย่างไร

หรือว่ามันชั่วกว่าทักษิณเสียอีก อย่างนั้นหรือ?

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000074833

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น