ชื่อของ โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ปรากฏต่อสังคมไทยหลังจากที่ ปีศาจทักษิณ ออกมาเปิดเผยถึงการว่าจ้าง บริษัทอัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีรอฟฟ์ เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายในต่างประเทศ โดยระบุวัตถุประสงค์เสียสวยหรูว่า มีหน้าที่ช่วยฟื้นฟูประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในประเทศไทย
แต่แท้จริงแล้วเป้าหมายในการจ่ายครั้งนี้ ก็เพียงเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทยในทุกวิถีทาง ให้ต่างประเทศเกิดความเข้าใจผิดต่อสถานการณ์การเมืองในไทย พลิกสถานการณ์จากผู้ต้องโทษคดีทุจริตในไทยกลายเป็นนักต่อสู้เพื่อ ประชาธิปไตย
และเมื่อ ปีศาจทักษิณ ตกเป็นผู้ต้องหาฐานก่อการร้าย บริษัทนี้ก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเข้มข้นในการกล่าวหารัฐบาลไทยว่า ยัดเยียดข้อหาให้กับ ปีศาจทักษิณ แถมยังข่มขู่อย่างมีนัยยะสำคัญด้วยว่า
ข้อหาผู้ก่อการร้ายจะทำให้ความปรองดองในไทยไม่สัมฤทธิ์ผล!!!
นั่นเท่ากับว่า อัมสเตอร์ดัม ยอมรับอย่างเป็นทางการว่า สถานการณ์ความวุ่นวายในประเทศไทยเชื่อมโยงกับ ปีศาจทักษิณ และความปรองดองในประเทศไทยจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับ ปีศาจทักษิณ มิใช่การเคลื่อนไหวโดยลำพังของมวลชนอย่างที่มีความพยายามกล่าวอ้าง
ถ้อยแถลงรีบด่วนที่ออกมาล่าสุดของ อัมสเตอร์ดัม จึงน่าจะมีผลในทางลบมากกว่าในเชิงบวก ตามที่ ปีศาจทักษิณ มุ่งหวัง แม้ว่าบริษัทนี้จะทำงานได้อย่างน่าพอใจ ที่ทำให้ ปีศาจทักษิณ กลับมาเคลื่อนไหวในประเทศอารยะได้มากขึ้น โดยล่าสุดไปทำให้ฝรั่งเศสแผ่นดินทรุด ก่อนจะเผ่นป่าราบกลับไปเป็นพลเมืองมอนเตนิโก หลังจากที่ศาลอาญาอนุมัติหมายจับในข้อหาผู้ก่อการร้าย
น่าติดตามว่า ปีศาจทักษิณ จะได้รับผลตอบแทนจากการจ่ายราคาแพงให้กับ อัมสเตอร์ดัม ได้อย่างคุ้มค่าหรือไม่ เพราะข้อหาอุกฉกรรจ์ฐานก่อการร้ายนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพลิกสถานการณ์ให้ปีศาจทักษิณให้เป็นผู้เบริสุทธิ์ใน สายตาของชาวโลก
เพราะ โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมเอง ก็เคยประสบความล้มเหลวในการทำหน้าที่ที่ปรึกษากฎหมายมาแล้ว และการทำหน้าที่ทนายความเช่นจะเล่าต่อจากนี้ เมืองไทยเรียกทนายความแบบนี้ว่า “ทนายโจร”
เช่นคดีของ นายมิคาอิล โคดอร์ฟสกี้ มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย อดีตเจ้าของยูคอส บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ ที่ถูกกล่าวหาฐานฉ้อโกง เลี่ยงภาษีในปี 2546 ในสมัยที่ นายวลาดิมีร์ ปูติน เป็นประธานาธิบดี โดยในขณะนั้น นอกจาก อัมสเตอร์ดัม จะล้มเหลวในการแก้ต่างให้ลูกความของตัวเอง จน นายโคดอร์ฟสกี้ ถูกพิพากษาจำคุกที่เรือนจำในไซบีเรียนานถึง 8 ปีแล้ว ตัวของอัมสเตอร์ดัม ยังติดร่างแหถูกรัฐบาลรัสเซียยกเลิกวีซ่าและขับเขาออกนอกประเทศอีกด้วย ส่วนบริษัทยูคอส ก็ถูกยึดทรัพย์จนอยู่ในฐานะล้มละลาย
หากพิจารณาถึงประวัติการทำงานของ อัมสเตอร์ดัม จะพบว่า การทำหน้าที่ในฐานะทนายความให้กับ โคดอร์ฟสกี้ กลับไม่พบว่าเขามีบทบาทในการแก้ต่างให้กับลูกความในศาลรัสเซียอย่างที่ควรจะ เป็น แต่สิ่งที่เขาทำอย่างเป็นระบบคือ การสร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับ โคดอร์ฟสกี้ในเวทีระหว่างประเทศเสียมากกว่า ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า อัมสเตอร์ดัม ทำหน้าที่ล็อบบี้ยิสต์มากกว่าการเป็นทนายความให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย
อัมสเตอร์ดัม ใช้วิธีโฆษณาชวนเชื่อทำให้คดีของอดีตมหาเศรษฐีน้ำมันรัสเซียรายนี้เป็นที่ สนใจของคนทั้งโลก ด้วยการสร้างภาพว่าลูกความของเขาตกเป็นเหยื่อของอำนาจรัฐ โดยแปรสภาพคดีฉ้อโกง เลี่ยงภาษีให้กลายเป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับเสรีภาพของประชาชน ป้ายสีให้รัฐบาลรัสเซียอยู่ในสภาพของรัฐที่กดขี่ใช้อำนาจเอาเปรียบประชาชน ผ่านการใช้สายสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น ซีเอ็นเอ็น หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัล ไฟแนลเชียลไทม์ วอชิงตันโพสต์ และ ฟอกซ์ นิวส์
เป็นกลยุทธเดียวกับที่นำมาต่อสู้ให้ ปีศาจทักษิณ ไม่มีผิด โดยเราจะเห็นได้จากความผิดปกติในการเสนอข่าวสารของสื่อต่างประเทศหลายแขนงใน การให้ร้ายประเทศไทย ยกย่องการต่อสู้ของกบฏแม้วแดง บิดเบือนข้อเท็จจริงให้ผู้ก่อการร้ายเป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งดูจะได้ผลในการสร้างความสับสนต่อนานาชาติถึงสถานการณ์ในไทยได้ในระดับ หนึ่ง
แต่สุดท้ายความจริงที่ปรากฏชัดเจนว่า ผู้ชุมนุมกระทำผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชนของเพื่อนร่วมชาติอย่างกว้างขวาง แถมยังมีกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธโจมตีทหารอย่างเป็นระบบ ก็เป็นหลักฐานชิ้นดีหักล้างคำโกหกและภาพลวงตาที่ อัมสเตอร์ดัม และปีศาจทักษิณ พยายามสร้างขึ้น ทำให้ภารกิจในการดึงสหประชาชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทยล้มเหลว
มาวันนี้ ปีศาจทักษิณ สะสมแต้มการก่ออาชญากรรมเพิ่มขึ้น ก้าวเทียบชั้นบิลลาเดนในฐานะผู้ก่อการร้าย ยิ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่ อัมสเตอร์ดัม จะพลิกสถานการณ์ให้กับ ปีศาจทักษิณ กลับมาเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกรัฐบาลกระทำการกลั่นแกล้ง เพราะความจริงมันแจ่มชัดว่า
ปีศาจทักษิณผู้ก่อการร้าย คือคนที่เผาบ้าน เผาเมือง ทำลายแผ่นดินเกิดของตัวเองอย่างเลือดเย็น
ว่ากันว่า ตัวเลขที่ปีศาจทักษิณ ทุ่มจ่ายให้กับ อัมสเตอร์ดัม อาจสูงถึง 50 ล้านบาทต่อปี โดยก่อนหน้านี้ ปีศาจทักษิณเคยว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 บริษัท เริ่มจากการว่าจ้าง บริษัท บาร์บูร์ กริฟฟิธ แอลด์ โจเจอร์ หรือ บีจีอาร์ ปลายปี 2549 หลังจากที่เขาถูกโค้นอำนาจจากการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน
จากนั้น ปีศาจทักษิณ ว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์เพิ่มอีก 2 แห่ง คือ บริษัท เบเกอร์ บ็อตตส์ และ บริษัท EDELMAN ซึ่งมีการเปิดเผยถึงตัวเลขค่าใช้จ่ายที่มีการรายงานต่อวุฒิสภาสหรัฐตาม กฎหมายการเปิดเผยข้อมูลการล็อบบี้ คศ.1995 เฉพาะในส่วนของ บริษัท บีจีอาร์ ในปี 2550 เพิ่มสูงขึ้นเป็น 920,000 ดอลลาร์ หรือ เกือบ 35 ล้านบาท โดยหากใช้ตัวเลขนี้เป็นฐานคิดก็เท่ากับว่า ปีศาจทักษิณใช้ 3 บริษัท สร้างภาพลักษณ์ให้กับตัวเองในปี 2550 ปีเดียว ต้องสูญเงินไปแล้วเกือบ 100 ล้านบาท ยังไม่นับรวมกับที่กำลังจ่ายเพิ่มอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างภาพลวงตาให้ปีศาจ ทักษิณกลายเป็นมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง
บ่วงกรรมที่บีบรัด ปีศาจทักษิณ ในวันนี้ คงไม่มีใครไปช่วยตัดกรรมให้กับปีศาจตนนี้ได้ เพราะสำนึกผิดสักนิดก็ยังไม่เคยปรากฏ มีแต่จะสร้างกรรมชั่วทำร้ายแผ่นดินเกิดของตัวเองอย่างโหดเหี้ยม จุดจบของปีศาจทักษิณคงจะเป็นไปตามคำเทศก์ของหลวงตามหาบัวตั้งแต่ปี 2548 ที่ว่า
เราสลดสังเวชนะรัฐบาลชุดนี้ เฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรี (ปีศาจทักษิณ) เราช่วยเต็มเหนี่ยว ครั้นเป็นนายกขึ้นมานี้แล้ว มันไม่ได้หันหน้ามามองดูอาจารย์มันเลย อาจารย์มันอีตาบัว หลวงตาบัว มันมองหาตั้งแต่ก๊กแต่เหล่าแต่พรรคแต่พวกที่จะยึดอำนาจ กวาดเอาสมบัติเงินทองมาเป็นเศรษฐี เลยมหาเศรษฐีเข้าไปอีก แล้วมันก็ตายกองกันอยู่ในสมบัตินั่นแหละไม่เกิดประโยชน์อะไร
เพราะฉะนั้นเราสลดสังเวช เวลานี้ก็เตือนรัฐบาล เพราะรัฐบาลจะพาคนทั้งประเทศนี้ผิด เพราะอาจเอื้อมเอาเหลือเกินจะเป็นประธานาธิบดี รัฐบาลนี้ไม่มีป่าช้าเหรอ ถามดูซิน่ะ เวลาตายแล้วก็จะถูกเผาไฟเหมือนกัน
ทักษิณ จะไม่มีแผ่นดินอยู่ สมบัติก็จะรักษาไว้ไม่ได้ แม้กระทั่งชีวิต ของมันด้วย
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000072909
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น